ปวดท้องน้อย 9 สาเหตุของ อาการปวดท้องน้อย อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม !!

0
493

อาการปวดท้องน้อย (Pelvic pain) อาการและสาเหตุ ของการปวดท้องน้อยไม่ว่าจะเป็นการปวดข้างซ้ายหรือปวดข้างขวา ซึ่งการปวดท้องน้อยมีหลายสาเหตุ เช่น การปวดประจำเดือน ปวดไส้ติ่ง หรืออาจเกิดจากอาการท้องผูก หรือเกิดการสาเหตุอื่นๆ วันนี้เรารวบรวมข้อมูลของสาเหตุของอาการปวดท้องน้อย มาให้อ่านกัน ตามข้อมูลด้านล่างนี้

9 สาเหตุของ อาการปวดท้องน้อย อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม !!

อาการปวดท้องน้อย เชื่อว่าสาวๆหลายคนต้องมีอาการปวดท้องน้อยอยู่บ่อยครั้ง บางคนอาจจะปวดมาก ปวดน้อย ซึ่งแต่ละอาการก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่เอ๊ะ อาการปวดท้องน้อยที่เราเป็นนั้นเป็นสัญญาณบอกถึงโรคอะไรอยู่หรือเปล่าแล้วจะเป็นอันตรายต่อตัวเรามากน้อยแค่ไหน เรามาดูกันว่า 9 สาเหตุของอาการปวดท้องน้อยรวมถึงโรคที่พบได้บ่อยจากการปวดท้องน้อยนั้นมีโรคอะไรบ้าง

ปวดท้องน้อย

สาเหตุของอาการปวดท้องน้อย

  1. การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีอาการปวดท้องน้อยมาก ส่วนใหญ่มักจะพบในเพสหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งหากมีอาการที่รุนแรง อาจจะทำให้ไม่สบายตัว มีไข้ หรือ เกิดอาการช็อคได้
  2. เกิดจากพฤติกรรมที่ทำจนติดเป็นนิสัย เช่น การนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆโดยที่ไม่มีการลุกเดิน หรือการใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนรถนานๆ
  3. การติดเชื้อไวรัสในกระเพาะอาหาร
  4. อาการปวดเกร็งบริเวณท้องน้อยในช่วงมีประจำเดือนอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่มักจะพบในสตรีที่ไม่มีบุตร
  5. การอักเสบของระบบทางเดินอาหาร
  6. อาหารไม่ย่อย ท้องผูก
  7. แก๊สในกระเพาะอาหาร
  8. อาการลำไส้แปรปรวน
  9. ความเครียด ภาวะซึมเศร้า

การปวดท้องน้อยมีกี่ประเภทกันนะ

การปวดท้องน้อยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ อาการปวดท้องน้อยแบบเรื้อรังและการปวดท้องน้อยแบบเฉียบพลัน

อาการปวดท้องน้อยแบบเรื้อรัง อาการเริ่มแรกมักจะเป็นแบบปวดๆหายๆบางคนมีอาการปวดในช่วงระหว่างการมีประจำเดือน หรือบางรายจะมีอาการปวดท้องน้อยอยู่บ่อยๆเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวันได้ จนต้องลางาน ลาป่วย บางคนถึงกับต้องลาออกจากงานเพื่อทำการรักษาเลยทีเดียว ทีนี้เรามาดูกันว่า อาการปวดที่ว่านี้ เกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการปวดท้องน้อย

1. การปวดประจำเดือน

เป็นอาการที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะต้องพบเจออยู่เป็นประจำทุกเดือนเมื่อถึงช่วงเวลานั้นของเดือน สาวๆบางคนจะเริ่มมีอาการปวดท้องน้อยก่อนการมีประจำเดือนหรือมีอาการปวดร่วมกับการมีรอบดเดือน โดยอาการเริ่มแรกที่มักจะเป็นก็คือ รู้สึกหน่วงๆบริเวณท้องน้อย บางครั้งก็มีอาการปวดบิดเป็นระยะๆเนื่องจากการบีบตัวของมดลูก ซึ่งอาการปวดนี้จะมีนาน2-3วัน หลังจากนั้นก็อาจจะมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ปวดเอว ปวดหลัง ซึ่งอาการปวดประจำเดือนถือว่าเป็นอาการปกติไม่มีอันตราย การักษาแค่ทานยาแก้ปวดหรือ การใช้ถุงน้ำร้อนประคบเท่านั้น

2. ปวดท้องจากการตกไข่

เคยสงสัยกันไหมค่ะว่า ทั้งๆที่ประจำเดือนหมดไปแล้ว แต่ทำไมยังมีอาการปวดท้องน้อยแบบหน่วงๆอยู่ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นอาการปวดชั่วคราวที่เกิดจากการตกไข่ บางคนอาจมีอาการช่วงกลางๆของรอบเดือน บางคนอาจจะเลือดออกตรงช่องคลอดแบบกระปริบกะปรอยหลังจากนั้นก็หายไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวลอะไร แค่นอนหลับพักผ่อนให้พอหรือกินยาแก้ปวดก็หายแล้ว

3. โรคลำไส้แปรปรวน

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า เช่น แน่นท้อง มีอาการท้องผูกและท้องเสียสลับกัน บางคนมักจะมีอาการท้องเสียในช่วงเช้าหรือหลังอาหารแทบจะทันที บางคนมีอาการท้องผูก อยากเรอ อยากอาเจียน หรือมีแก๊สในกระเพาะอาหารจำนวนมาก ที่ไม่ว่าอยากเรอเท่าไหร่ก็ไม่ออกสักที ถ้าคำตอบของคุณคือ ใช่ แสดงว่าคุณเป็นโรคลำไส้แปรปรวนแล้วล่ะ แน่นอนว่า โรคนี้ไม่สามารถรักษาได้โดยตรง แต่จะใช้วิธีการรักษาตามอาการ เช่น การใช้ยาระบาย ยาแก้ท้องเสีย สำหรับใครที่เป็นโรคนี้ให้พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด อาหารมันๆเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

อาการปวดท้องน้อยแบบเฉียบพลัน เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นแบบทันที ส่วนใหญ่เกิดจากการสาเหตุการติดเชื้อ หรือการอักเสบของเนื้อเยื่อในร่างกาย ซึ่งโรคที่พบได้บ่อยจาอาการปวดท้องน้อยแบบเฉียบพลันได้แก่

รักษาอาการปวดท้องน้อย

1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

วิธีการสังเกตว่าคุณเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือไม่ดุได้จาก การที่เวลาคุณปัสสาวะนั้นมีอาการปวดท้องแบบหน่วงๆหรือไม่ หรือเวลาที่ปัสสาวะสุดแล้ว แต่เหมือนว่ามันปัสสาวะยังออกมาไม่หมด ซึ่งหากคุณมีอาการปวดท้องน้อยหน่วงๆนั่นเป็นสัญญาณ ของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้เข้าไปทางท่อปัสสาวะ การกลั้นปัสสาวะบ่อยๆก็ทำให้เกิดโรคนี้เช่นเดียวกัน ทางที่ดีให้ไปพบคุณหมอทันทีเลยค่ะ หากปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามอาจจะทำให้เกิดเป็นโรคกรวยไตอักเสบและโรคนิ้วในทางเดินปัสสาวะได้

2. ไส้ติ่งอักเสบ

เป็นอีกโรคหนึ่งที่ทำให้เรามีอาการปวดท้องน้อยได้เช่นเดียวกัน บางคนชะล่าใจคิดว่าอาการปวดท้องน้อยที่เป็นอยู่สักพักจะดีขึ้นเอง ไส้ติ่งอักเสบจะมีอาการปวดช่วงบริเวณท้องน้อยด้านขวาล่างจากนั้นก็ค่อยๆปวดไปยังบริเวณสะดือ ซึ่งอาการปวดนี้มักจะกินเวลานาน กว่า 6 ชั่วโมง บางรายมีอาการเบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ต่ำๆ เพียงแค่เอามือไปกดทับก็รู้สึกปวด หากใครที่มีอาการแบบนี้ให้รีบไปพบคุณหมอทันที เพราะหากช้าอาจจะทำให้ไส้ติ่งแตกแล้วทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดส่งผลให้เสียชีวิตได้ทันทีเช่นกัน

อาการปวดท้องน้อยไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แม้จะเป็นอาการปวดเล็กๆน้อยๆ ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย หรือไม่สนใจ เพียงแค่คุณคิดเอาเองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่รู้ไหมว่า อาการปวดท้องน้อย อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงที่คุณคาดไม่ถึง

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...