ตรวจครรภ์ ราคาและวิธีอ่านที่ตรวจครรภ์ วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์อย่างถูกวิธี !!

0
8273

ที่ตรวจครรภ์ ซื้อที่ไหน ราคาเท่าไหร่ แบบหยดหรือแบบจุ่ม ตรวจตอนไหน 2 ขีด ท้องหรือไม่ท้อง เป็นคำถามยอดฮิตของผู้คนที่ใช้ที่ตรวจครรภ์ เรามาไขข้อสงสัยกันดีกว่า

วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์กับการแปลผล

ท้อง หรือ ไม่ท้อง…สองคำนี้มักจะวนเวียนอยู่ในสมองของผู้หญิงอย่างเราทั้งยามที่ไม่พร้อมที่จะมีบุตร หรือ ยามที่พร้อมที่จะมีบุตร และต้องการที่จะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดทารกน้อยๆ อย่างเต็มแก่…แต่ว่า การที่จะรู้ผลว่า ตนเองตั้งครรภ์หรือไม่นั้น ผู้หญิงโดยส่วนใหญ่มักจะพึ่งพา อุปกรณ์หนึ่ง ที่ผลิตออกมาเพื่อตรวจวัดการตั้งครรภ์โดยเฉพาะ นั่นก็คือ ที่ตรวจครรภ์ เราๆ ท่านๆ ทั้งผู้หญิง และผู้ชายต่างก็เคยได้ยินชื่อของสิ่งนี้กันมาบ้าง แม้ว่าอาจจะยังไม่เคยได้สัมผัสตัวจริงของที่ตรวจครรภ์ หรือ ลองใช้มัน ก็ตาม ที่ตรวจครรภ์ไม่ได้มีผลต่อการตรวจวัดการตั้งครรภ์ทางร่างกายเท่านั้น หากจะมองในอีกแง่ที่มีผลต่อจิตใจ ที่ตรวจครรภ์ก็มีผลเหมือนกันก็คือ ที่ตรวจครรภ์ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ลุ้น และมีอารมณ์ร่วมกันทั้งครอบครัวในการคาดหวังในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ตรวจครรภ์

อย่างที่เราทราบ ที่ตรวจครรภ์ที่มีกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ค่อนข้างมีหลายแบบหลายลักษณะ ต่างกันทั้งการใช้งาน รวมทั้งการวัดและแปลผลออกมาว่า ตั้งครรภ์จริงหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะไม่เข้าใจในการอ่านค่า แปลผลที่ได้จากที่ตรวจครรภ์นัก ดังนั้นวันนี้ เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องเกี่ยวกับที่ตรวจครรภ์กันว่า ที่ตรวจครรภ์คืออะไร มีกี่แบบ การใช้งานตลอดจนการแปลผล และต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อการตรวจการตั้งครรภ์โดยใช้ที่ตรวจครรภ์ด้วยตนเอง

ที่ตรวจครรภ์ หรือ ชุดตรวจครรภ์ นั้นจะใช้เพื่อการตรวจครรภ์ด้วยตัวเอง โดยเป็นการทดสอบหาฮอร์โมน Human chorionic gonadotropin (HCG) ในปัสสาวะ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากรกและจะเริ่มมีการผลิตหลังจากการปฏิสนธิเกิดไปแล้วโดยประมาณ 6 วัน ซึ่งจะมีความแม่นยำถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทดสอบในช่วง 8 – 12 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามสามารถตรวจวัดได้อย่างแม่นยำในรายที่ประจำเดือนขาดตั้งแต่ 10 – 14 วันขึ้นไป ซึ่งโดยปกติแล้วชุดทดสอบนั้นจะมีอุปกรณ์ตรวจมาให้ครบถ้วน

วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์

ที่ตรวจครรภ์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ แบบตลับ แบบแถบจุ่ม และแบบปัสสาวะผ่าน หรือ ที่เรียกว่า แบบปากกา

โดยแบบแรกคือ แบบตลับหรือแบบหยดนั้น มีชื่ออาภาอังกฤษว่า Pregnancy Test Cassette ซึ่งประกอบไปด้วย ตลับทดสอบการตั้งครรภ์ ถ้วยที่ใช้ตวงปัสสาวะ และหลอดหยดไว้สำหรับดูดน้ำปัสสาวะ โดยในขั้นตอนการใช้งานนั้น ให้ทำการปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นนำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะเข้าไปในปริมาณพอสมควร แล้วจึงค่อยๆ หยดน้ำปัสสาวะนั้นลงบนตลับทดสอบที่วางอยู่บนพื้นราบประมาณ 3 – 4 หยด เท่านั้น จากนั้นทิ้งไว้นานประมาณ 5 นาที แล้วจึงค่อยอ่านผลการทดสอบ ข้อดีคือ ช่วยลดโอกาสที่แผ่นทดสอบจะเสื่อมสภาพจากวิธีการดูดซับน้ำปัสสาวะของชุดทดสอบได้ดี

แบบที่สอง คือ แบบแถบจุ่ม หรือ Test Strip ประกอบด้วย แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ และถ้วยตวงปัสสาวะ (อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้) สำหรับวิธีการใช้งานนั้น ให้ปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วนำเอาแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ด้านที่มีลูกศรชี้ลงนั้นจุ่มลงไปในน้ำปัสสาวะ 3 วินาที เท่านั้น โดยระวังอย่าจุ่มแผ่นทดสอบลึกเกินไปและอย่าให้น้ำปัสสาวะเลยขีดที่กำหนดในแผ่นทดสอบ จากนั้นนำแผ่นทดสอบวางไว้ในแนวนอนบนพื้นผิวที่แห้งสนิท แล้วรออ่านผลภายใน 1 – 5 นาที แต่ทางที่ดีควรที่จะรอให้ครบ 5 นาทีเสียก่อนแล้วค่อยอ่านผล เพื่อให้แน่ใจว่าชุดทดสอบแสดงผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง ข้อดีก็คือ เป็นที่ตรวจครรภ์ราคาถูก แต่ควรระวังในการใช้เท่านั้น เพราะหากน้ำปัสสาวะสูงเกินขีดที่กำหนด จะทำให้แผ่นทดสอบเสื่อมสภาพได้

แบบที่สาม คือ แบบปัสสาวะผ่าน หรือ แบบปากกาชื่อภาษาอังกฤษคือ Pregnancy Midstream Tests โดยที่ตรวจครรภ์แบบนี้จะมีเพียงแท่งทดสอบการตั้งครรภ์เท่านั้น วิธีก็ใช้ก็แสนง่ายดายคือ ถอดฝาครอบของที่ตรวจครรภ์ออกพร้อมกับถือแท่งทดสอบโดยให้หัวลูกศรนั้นชี้ลง จากนั้นแล้วปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับน้ำปัสสาวะของที่ตรวจครรภ์ ซึ่งจะอยู่ในบริเวณต่ำที่กว่าลูกศรให้ชุ่มนานประมาณ 5 วินาที จากนั้นวางแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ไว้บนพื้นแนวราบ และรออ่านผลได้เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 30 วินาทีเป็นต้นไป แต่เพื่อความแม่นยำควรอ่านผลภายใน 3 – 5 นาทีหลังจากที่ปัสสาวะผ่านที่ตรวจครรภ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อดีคือ ใช้งานได้สะดวกมากกว่าชนิดอื่น เพราะไม่จำเป็นต้องเก็บน้ำปัสสาวะในถ้วยก่อน จึงช่วยลดขั้นตอนได้ แต่จะมีราคาที่สูงกว่าสองแบบแรก

ราคาของที่ตรวจครรภ์จะอยู่ที่ประมาณ 100 – 200 บาทต่อชิ้น โดยที่ตรวจครรภ์แบบแถบจุ่มจะมีราคาต่ำที่สุด ตามมาด้วยแบบตลับ และแบบปากกาจะมีราคาแพงที่สุด

ที่ตรวจครรภ์

 

การอ่านผลที่ตรวจครรภ์

สำหรับการอ่านผลที่ตรวจครรภ์ส่วนใหญ่แล้วในกล่องของชุดทดสอบจะบ่งบอกทั้งวิธีการใช้งานและวิธีการอ่านค่าไว้แล้วพร้อมทั้งแสดงรูปตัวอย่างด้วย การอ่านผลที่ถูกต้องจำเป็นต้องอ่านภายใน 5 นาที ถ้าเกิดทิ้งไว้นานกว่านี้อาจจะทำให้มีอีกขีดโผล่ขึ้นมาได้ ซึ่งนั่นอาจจะไม่ใช่การตั้งครรภ์หรือกลายเป็นค่าที่เชื่อถือไม่ได้ โดยขีด C นั่นคือ Control Line ส่วนขีด T นั่นคือ Test Lineเมื่อทำการตรวจแล้วขึ้น 1 ขีด โดยขึ้นที่ขีด C อย่างเดียว คือ ได้ผลลบ แปลว่า “อาจจะไม่ตั้งครรภ์” (ซึ่งแปลได้ว่า ไม่ตั้งครรภ์ หรือ อาจจะตั้งครรภ์แต่ยังตรวจไม่พบ)แต่ถ้าหากตรวจแล้วขึ้น 2 ขีด หรือ ขึ้น 2 ขีด แต่สีจาง โดยขึ้นที่ขีด C และ T คือ ได้ผลบวก แปลว่า “อาจจะมีการตั้งครรภ์” (ถ้าขีด T ขึ้นจาง ๆ แนะนำว่าให้รอ 2 – 3 วันแล้วค่อยตรวจใหม่อีกครั้ง หรือ ใช้ชุดตรวจยี่ห้อใหม่ตรวจซ้ำอีกที) แต่ถ้าตรวจแล้วไม่ขึ้นแถบสี หรือ ขีด หรือ ขึ้น 1 ขีดบนตัว T นั่นคือ อ่านค่าไม่ได้ แปลว่า “ชุดทดสอบการตั้งครรภ์นั้นเสีย” การเตรียมตัวในการตรวจครรภ์ด้วยตนเองนั้น

เราสามารถทดสอบได้ด้วยตนเองด้วยที่ตรวจครรภ์ตามที่กล่าวมาแล้ว โดยควรรอให้เลยวันที่รอบเดือนควรมาเสียก่อนอย่างน้อย 7 วัน เพราะบางครั้งประจำเดือนอาจจะมาช้ากว่าปกติ เพราะความเครียดได้ ถ้ารอจนครบ 7 วันแล้ว และพบว่าให้ผลบวก ก็สามารถระบุได้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ แต่ถ้าให้ผลลบ และประจำเดือนยังไม่มาอีกภายใน 7 วันหลังจากนั้น ขอแนะนำให้คุณตรวจซ้ำอีกครั้ง ถ้ายังให้ผลลบอยู่ ก็แสดงว่าคุณน่าจะยังไม่ตั้งครรภ์

หมายเหตุ : ผลที่ได้จากการทดสอบบอกได้แค่ว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่เท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามีการตั้งครรภ์ภายในมดลูกหรือนอกมดลูก ดังนั้น จึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...