ริดสีดวง อาการ สาเหตุ และการรักษาโรคริดสีดวงทวาร อย่างถูกวิธี

0
883

โรคริดสีดวงทวาร hemorrhoid เกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร รักษาโรคริดสีดวงอย่างไร เรามีข้อมูล อาการเริ่มต้น ระยะแรก ทั้งภายนอกและภายในของ ริดสีดวง ทวาร ดังนี้

การ “รักษาริดสีดวงทวาร” ริดสีดวงเป็นได้ก็หายได้

โรคภัยไข้เจ็บนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้าเป็นขึ้นมาก็ต้องรักษากันไปสุดความสามารถจนกว่าจะหาย แต่ก็มีอีกหลายโรคที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วผู้ป่วยจะไม่กล้าที่จะไปพบแพทย์เพื่อรักษา อย่างเช่นโรคริดสีดวงทวารเพราะอายที่จะต้องให้หมอตรวจ แต่นี่เองคือสาเหตุที่ทำให้การรักษาริดสีดวงทวารนั้นเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะลุกลามและกลายเป็นปัญหาเรื้อรังและอันตรายได้ในที่สุด

อาการริดสีดวง

ริดสีดวงคืออะไร?

ริดสีดวง (Hemorrhoids หรือ Piles) นั้น คือ โรคที่เกิดจากภาวะที่หลอดเลือดดำที่ในบริเวณทวารหนักเกิดการพองตัวออกมาเป็นหัว(ลักษณะเดียวกับเส้นเลือดขอดแต่ว่าไปเป็นที่ทวารหนัก) ที่เรียกว่า “หัวริดสีดวง” จากนั้นเจ้าหัวริดสีดวงนี้ก็จะเกิดการแตกออกขณะเบ่งอุจจาระ ทำให้มีเลือดออกอาจจะออกแบบกะปริบกะปรอยเมื่อมีการเบ่งอุจจาระ โดยมักเกิดกับผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก(นั่งเบ่งอุจจาระนาน)หรือท้องเสียบ่อยๆ(ถ่ายอุจจาระบ่อย) โดยอาการของโรคมักไม่รุนแรงแต่จะเป็นๆหายๆ

ประเภทของริดสีดวง

ริดสีดวงที่ว่าอาจจะมีหัวเดียวหรือหลายหัวขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการถ่ายอุจจาระของผู้ป่วยเอง ยิ่งมีการเบ่งหรือการถ่ายมากๆก็มีโอกาสมีจำนวนหัวมากหรือมีขนาดหัวที่ใหญ่มากขึ้นตามไปด้วย ถ้าริดสีดวงนี้เกิดในบริเวณปากทวารหนักก็จะเรียกว่า “ริดสีดวงภายนอก” (External Hemorrhoids) ซึ่งสามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าเกิดจากหลอดเลือดในทวารหนักก็จะเรียกว่า “ริดสีดวงภายใน” (Internal hemorrhoids) ซึ่งจะพบได้ด้วยการส่องกล้องเข้าไปตรวจ โดยโรคริดสีดวงทวารทั้ง 2 ประเภทนี้อาจพบได้ในผู้ป่วยรายเดียวกัน หรือบางคนอาจจะเป็นแค่เพียงประเภทใดประเภทหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้โรคริดสีดวงทวารนั้นจัดว่าเป็นโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้อุจจาระเป็นเลือดสดๆ และด้วยความที่ริดสีดวงนี้จะเกิดขึ้นในบริเวณทวารหนัก จึงทำให้ผู้ป่วยอายไม่กล้ามาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา แต่มักจะมาก็ต่อเมื่ออาการหนักมากแล้ว ซึ่งถ้ามาถึงขั้นนี้จะไม่สามารถรักษาด้วยการกินยาอย่างเดียวได้แล้ว ริดสีดวงมักจะเกิดกับผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 45-65 ปี และพบได้ทั้งในหญิงและชาย โดยที่เด็กๆเองก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งแท้จริงแล้วริดสีดวงนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับคนทุกช่วงวัยขึ้นอยู่กับสาเหตุและพฤติกรรมในการดำรงชีวิตเป็นหลัก

สาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร

สาเหตุของการเกิดโรคริดสีดวงทวารนั้นก็คือ มีภาวะความดันในหลอดเลือดดำสูง ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพองออก โดยมาจากสาเหตุต่าง ๆ ได้แก่ กินอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำไม่เพียงพอ เบ่งอุจจาระนานๆเป็นประจำ(ท้องผูกเรื้อรัง) อุจจาระบ่อยเกินไป(ท้องเสียเรื้อรัง) ชอบเบ่งอุจจาระเร็วๆแรงๆ เบ่งอุจจาระขณะที่ทำกิจกรรมอื่นด้วย เช่น อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์มือถือ ใช้ยาเหน็บยาสวนอุจจาระบ่อยๆ น้ำหนักตัวมาก(มีภาวะอ้วน) สูงอายุ มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรือแม้แต่การมีพฤติกรรมการยืนหรือนั่งที่เดิมเป็นเวลานานๆก็มีส่วนทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักได้ รวมไปถึงพันธุกรรมก็มีส่วนที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากมักพบผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงมักมีคนในครอบครัวเป็นด้วย

รักษาริดสีดวง

นอกจากนี้โรคริดสีดวงทวารหนักยังสามารถเกิดร่วมกันกับโรคอื่นๆได้อีก เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกหรือถุงน้ำรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมากโต ตับแข็ง ด้วยเหตุนี้เมื่อมีอาการของโรคริดสีดวงทวารจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เนื่องจากอาจเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บชนิดอื่นได้

อาการของโรคริดสีดวง

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ อาการของโรคริดสีดวงภายนอก และอาการของโรคริดสีดวงภายใน

อาการของโรคริดสีดวงภายนอก คือ ผู้ป่วยจะมีติ่งเนื้อออกมาจากปากทวารหนักเฉพาะเวลาที่ท้องผูกหรือท้องเสีย ซึ่งมักจะหายเจ็บเองได้ภายใน2-3วัน และหายบวมได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่อาจมีอาการคันแถวปากทวารหนักร่วมด้วยได้

อาการของโรคริดสีดวงภายใน คือ ผู้ป่วยจะมีเลือดออกทางทวารหนักแต่ไม่รู้สึกเจ็บปวด และจะเกิดขึ้นระหว่างหรือขณะกำลังถ่ายอุจจาระ โดยจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่าอุจจาระนั้นมีเลือดสีแดงสดปนออกมา หรืออาจพบรอยเลือดหยดลงบนโถส้วม หรือติดมากับกระดาษชำระ โดยจะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการซีดเนื่องจากเสียเลือดมากได้ แต่ในรายที่เป็นมากเพราะมีหัวริดสีดวงโผล่ออกมาผู้ป่วยจะมีความเจ็บปวดที่ทวารหนัก รวมถึงมีอาการคันร่วมด้วยได้

ริดสีดวง

ทำอย่างไรให้หายจากโรคริดสีดวงทวาร

ถ้าจะรักษาริดสีดวงทวารให้หายขาดจำเป็นต้องอาศัยการทำศัลยกรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด ได้แก่

  1. การฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงทวาร เพียงมาพบแพทย์เพื่อฉีด 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์หัวริดสีดวงทวารก็จะฝ่อหายไปเอง
  2. รักษาโดยวิธีใช้ยางรัด (Rubber band ligation) วิธีนี้จะรัดยางที่หัวริดสีดวงเอาไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ หัวก็จะหลุดออกไปโดยไม่มีอาการเจ็บปวด
  3. การทำลายเนื้อเยื่อด้วยการเผา โดยการใช้ไฟฟ้าจี้ การฉายรังสีอินฟราเรด การใช้แสงเลเซอร์ผ่าตัด เป็นต้น
  4. การผ่าตัด ปัจจุบันนี้สามารถผ่าตัดโดยฉีดยาชารอบรูทวารหนักแล้วทำการผ่าตัดเอาริดสีดวงทวารออก จึงไม่จำเป็นต้องนอนพักที่โรงพยาบาล และกลับบ้านได้ภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด
  5. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เมื่อทราบว่าเป็นโรคริดสีดวงทวารแล้วไม่อยากผ่าตัด ผู้ป่วยเองก็ต้องรักษาริดสีดวงทวารโดยการลดละเลิกพฤติกรรมที่ทำให้อาการแย่ลง กล่าวคือ งดอาหารรสจัด งดเบ่งอุจจาระแรงๆและนานๆ ลดน้ำหนัก รับประทานอาหารที่มีกากใยประเภทผักผลไม้ ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

จะเห็นได้ว่าโรคริดสีดวงทวารนั้นเมื่อเป็นแล้วสามารถรักษาและประคับประคองอาการด้วยตนเองได้ ดังนั้นหากท่านสงสัยว่าตนเองกำลังเป็นโรคนี้อยู่หรือเปล่า ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนที่จะลุกลามและต้องทนเจ็บปวดกับโรคนี้ตลอดไป

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...